Dream Theater
New 2008 album "Greatest Hits"
นักดนตรี ProgressiveRock ชั้นเทพ คือคำนิยามของพวกเขา Dream Theater ที่คราวนี้เอาใจแฟนเพลงด้วยการรวมสุดยอดผลงานฮิตที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีของพวกเขา อัลบั้ม Greatest Hits นอกจากเพลงเดิมแบบเหล้าเก่าใส่ขวดใหม่แล้วยังมี 3 เพลงดังคือ Pull me under , Take the time และ Another Day ที่ถูกนำมารีมิกซ์ใหม่โดย Kevin Shirley
ทั้ง 22 เพลงวางจำหน่ายในรูปแบบ 2 ซีดี ซึ่งความพิเศษคือความชัดเจนในรูปแบบ ซีดีแผ่นที่หนึ่งถูกเรียกว่า The Dark Side ที่เป็นเพลงที่มีซาวด์ที่น่ากลัวตามแบบฉบับของ D.T. และแผ่นที่สองถูกเรียกว่า The Light Side ที่เน้นในด้านความไพเราะตามสไตล์ของวง
| Track Listing Disc 1: (The Dark Side) - “Pull Me Under” (2007 Remix)
- “Take The Time” (2007 Remix)
- “Lie” (Single Edit)
- “Peruvian Skies”
- “Home” (Single Edit)
- “Misunderstood” (Single Edit)
- “The Test That Stumped Them All”
- “As I Am”
- “Endless Sacrifice”
- “The Root Of All Evil”
- “Sacrificed Sons”
Disc 2: (The Light Side) - “Another Day” (2007 Remix)
- “To Live Forever”
- “Lifting Shadows Off A Dream”
- “The Silent Man”
- “Hollow Years”
- “Through Her Eyes” (Alternate Album Mix)
- “The Spirit Carries On”
- “Solitary Shell” (Single Edit)
- “I Walk Beside You”
- “The Answer Lies Within”
- “Disappear”
|
* เพลงให้ลองฟังผลงานของพวกเขา ไม่ใช่จากอัลบั้มใหม่นะครับ __________________________
ทำความรู้จัก Dream Theater ได้ที่เวปไซต์ของพวกเขา : www.DreamTheater.net |
สำหรับมือกีต้าร์คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักโจแซทไทรอานี่แน่นอนครับ มือกีต้าร์ฮีโร่ผู้แก่งกาจคนนี้ผู้ที่เต็มฝีมือในการสร้างสรรค์เมโลดี้ที่สวยงาม เพลงที่โจเล่นฟังไม่ยาก หลายคนที่ฟังแล้วต้องชอบครับ
คราวนี้โจมากับอัลบั้มใหม่ที่มีชื่อข้อนข้างยาวทีเดียวนั่นคือ Professor Satchafunkilus and the Musterion of Rock อัลบั้มออกวางจำหน่ายวันที่ 1 เมษายน 2008 ที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง
เพลงในอัลบั้ม Professor Satchafunkilus and the Musterion of Rock นี้มีทั้งหมด 10 เพลงคือ
1) Musterion
2) Overdriver
3) I Just Wanna Rock
4) Professor Satchafunkilus
5) Revelation
6) Come On Baby
7) Out Of The Sunrise
8) Diddle-y-a-Doo-Dat
9) Asik Veysel
10) Andalusia
----------------------------------
คร่าวๆกับประวัติของโจนะครับ...
ชื่อจริง : Joe Sartiani
ชื่อเล่น : Satch
เกิด : 15 กรกฎาคม
อัลบั้ม : 23 ชุด
"ผมมักพยายามค้นหาสำเนียงในการร้องตลอดซึ่งเป็นวิธีของการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆในบทเพลงของผม"
แผ่นบันทึกเสียงของโจขายแล้วกว่า 7 ล้านก๊อบปี้ทั่วโลก และโจยังเคยเป็นครูของกีต้าร์ฮีโร่ที่ปัจจุบันยังคงเล่นและแสดงคอนเสริตร่วมกันอยู่เสมอนั่นคือ Steve vai นั่นเอง
เยี่ยมชมเวปไซต์ของโจได้ที่ > Joe Satrini -- The official website
Internet World
บนโลกอินเตอร์เน็ตใบนี้กว้างใหญ่มากนัก จนเราไม่สามารถจินตนาการได้ว่าข้อมูลในอินเตอร์เน็ตนั้นมากมายมหาศาลเพียงใด เปรียบได้กับจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว หลังจากที่กำเนิดขึ้นมาก็ทำเพียงแค่ขยายตัวออกไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง
เมื่อวานนี้ผมได้ดูสารคีทางช่องดิสคัฟเวอร์รี่แชนนัล โลกได้ถูกทำลายโดยดาวหางยักษ์ที่พุ่งชนโลกอีกครั้งหลังจากที่ทำให้ไดโนเสาร์สัตว์โลกโบราณขนาดยักษ์สูญพันธ์ไปแล้วครั้งนึง คราวนี้มันมาอีกครั้งทำให้มนุษยชาติต้องเกือบสูญสิ้น สัตว์โลกหลายชนิดสูญพันธ์ ควันจากอุกบาตหลังพุ่งชนทำให้โลกที่เคยเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบนี้กลายเป็นสีเทาภายในชั่วพริบตา แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่เค้าสร้างขึ้นมาจากสมมุติฐานของนักวิทยาศาสตร์ จากแนวคิดที่ว่าหากมันเกิดขึ้นจริงและมนุษย์ไม่สามารถป้องกันและแก้ไขได้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับโลกอินเตอร์เน็ต? หลังจากดาวหางพุ่งชนโลกสิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือคลื่นลาวาที่สูงสองพันฟุตพุ่งขึ้นไปในอากาศกระจายเป็นวงกว้างออกไปเป็นร้อยไมล์และแผ่รังสีเพลิงไปอีกนับพันไมล์ และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือปรากฎการณ์การเสียดจากอนุภาคต่างๆอย่างรวดเร็วเกิดเป็นรังสีคลื่นไมโครเวฟแผ่ไปทั่วโลกทำลายอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมด และแน่นนอนครับว่าไฟฟ้าทั่วโลกดับอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ทุกชนิดพังในทันที โลกยุคปัจจุบันหายไปมนุษย์กลับไปเริ่มต้นอีกครั้งกับโลกใหม่ในอดีตที่เคยได้เป็นแต่เรื่องเล่าที่ได้ยินจากพ่อแม่ ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังถึงสมัยท่านยังเด็กเท่านั้น
หากเราพูดถึงอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์แล้วแสดงว่าเรากำลังพูดถึงสื่อดิจิตอลตัวจริงอยู่ หากพูดกันแบบวิชาการสื่อสารสนเทศคือ ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง นั่นคือสิ่งที่เรารับรู้ทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์จริงไหมครับ และเบื้องหลังของมันคือโลกดิจิทัลที่ทุกอย่างเป้นเพียงแค่ 1 กับ 0 หรือสัญญาณไฟฟ้าเปิดกับปิดเท่านั้น และหากจะกล่าวถึงที่มาของมันก็ยาวเลยครับ ผมมีตำราเล่มหนาเตอะที่จะทำให้รู้จักมันแต่สำหรับผมงงตั้งแต่เลขฐาน 2 แล้วครับ
"โลกที่แสนเลวร้าย แชตลวงโลก พระลวงสาวไฮไฟว์ข่มขืน สถานที่ที่ผู้ปกครองต้องให้คำแนะนำและเฝ้าดูบุตรหลานอย่างใกล้ชิด เงินที่สูญสิ้นบัตรเครดิตกับนักแฮกที่ชั่วร้าย" กล่าวเกินจริงไปไหมครับ เทคโนโลยีในปัจจุบันพัฒนาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในสิบปีที่ผ่านมายอดเติบโตทางนวัตกรรมและเทคโนโลยีสูงขึ้นจนเราไม่สามารถจำแนกถึงเหตุการณ์ทั้งหมดได้ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งดีและแน่นอนว่าย่อมมีผลกระทบตามมาแน่นอน ความง่ายในการเข้าถึงสิ่งต่างๆบนโลกอินเตอร์เน็ตทำได้อย่างไม่ยาก เด็กตัวเล็กๆสามารถจะค้นหาเกมส์จากกูเกิ้ลและเล่นมันได้อย่างรวดเร็ว ความง่ายนี้ทำให้เสี่ยงต่อการเข้าถึงข้อมูลในแง่ลบด้วย คล้ายโลกจริงที่มีทั้งคนดีและไม่ดีอาศัยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นสังคมซึ่งจำแนกออกมาทั้งด้านปริมาณและคุณภาพแล้วก็ไม่ต่างเท่าไหร่นัก
มนุษย์ผู้เสพสื่ออินเตอร์เน็ตอย่างเมามันส์ เกือบทุกๆบ้านจะมีอคอมพิวเตอร์และร้อยละ 60 มีอินเตอร์เน็ตใช้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้จักการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตอย่างถูกต้อง ระมัดระวังจากการใช้อินเตอร์เน็ตไม่หลงเชื่อใครหรือสิ่งใดๆที่จะเป็นภัยคุกคามต่อตัวคุณครับ
เริ่มต้นเช้าวันที่ 6 เมษายน 2551 เวลา 7 โมงเช้าของวันที่อากาศข้อนข้างเย็นในฤดูร้อนเช่นนี้ ท้องฟ้าที่มืดครึ้มฝนที่เริ่มร่วงหล่นโปรยลงมาจากฟากฟ้า และการทยอยมาของเหล่านักดนตรีวง Desire กับสายฝนที่ทำให้พวกเราเปียกปอน แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการเดินทางมารวมตัวกันของพวกเราในวันนี้ที่รอคอยมานับปี
วันนี้เป็นวันทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของน้าเจี๊ยบ และเราถูกเชิญให้ไปเล่นดนตรีซึ่งถือว่าเป็นเกียรติมากสำหรับการขึ้นบ้านใหม่ซึ่งคงมีแค่ครั้งเดียวสำหรับครอบครัวหนึ่ง บ้านหลังนี้น้าเจี๊ยบเป็นคนออกแบบเอง ซึ่งผมเคยเห็นโครงการนี้มาเกือบสิบปีได้แล้ว และตอนนี้ก็ถือว่าทุกอย่างลงตัวถึงเวลาสร้างความฝันขึ้นมาซักที แต่สำหรับพวกเราทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว...
ประมาณหนึ่งปีที่แล้ว...
ย่านฝั่งธนแตกต่างจากเมืองกรุงเทพศรีวิไล ที่นี่เรายังคงมีที่ให้เดินมีอากาศบริสุทธ์ให้หายใจและยังคงมีสวนสีเขียวให้เห็นอยู่ จากบริเวณที่ไม่ไกลจากถนนเส้นเล็กๆที่ไม่ค่อยมีรถแล่นผ่านที่ซึ่งเป็นที่เริ่มต้น ... ริมคลองเล็กๆโครงสร้างบ้านได้เริ่มขึ้นจากแบบแปลนที่วางไว้อย่างดี ช่างหลายคนที่กำลังขมักเขม้นทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง หันหลังสู้ฟ้าทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางเสาเข็ม เสียงขุดเจาะ เสียงตอกตะปู เสียงใบเลื่อยที่เสียดสีผ่านไม้ไปมา สารพัดเสียงที่จะเกิดขึ้นในการสร้างบ้านครั้งนี้ที่ดังกึกก้องไปทั่วหมู่บ้าน และมีอีกเสียงเล็กๆที่เกิดขึ้นคือพวกเรา Desire ที่เริ่มวางแผนงานดนตรี การประชุมเพื่อกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะใช้ในการแสดงครั้งนี้
ระหว่างที่เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ตัวบ้านเริ่มขึ้นมาเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง จากเสาเข็มเป็นคาน จากคานเป็นพื้นชั้นที่หนึ่งชั่นที่สองทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แต่เสียงจากวงดนตรีเล็กๆก็เริ่มระส่ำระสายจากประสบการณ์อันน้อยนิดและความที่ยังไม่เป็นมืออาชีพ การซ้อมที่ผ่านมาหลายเดือนทำให้ชะล่าใจ ปัญหาที่สะสมมา ความไม่คาดฝันก็เริ่มเผยให้เห็นสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้าและต้องแก้ไขมัน "ดนตรีคือเสียงของตัวโน็ตทั้งสิบสองตัวที่ถูกเรียงร้อยให้เกิดเป็นความไพเราะเข้าถึงจิตใจของผู้ฟัง ความยากของศิลปินคือการถ่ายทอดอย่างไรให้ทั้งเขาและเราเข้าใจเหมือนๆกัน" คำกล่าวของผมคือข้อสรูป แต่ทฤษฎีจะนำมาใช้ให้เกิดผลลัพธ์ก็ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ปัญหาเล็กๆที่เกิดขึ้นสะสมจนกลายเป็นดินพอกหางหมูต้องสะสางให้เสร็จสิ้น เวลาที่ต้องทำอะไรซ้ำๆเหมือนเดิมทุกๆวัน มันทำให้ไฟในตัวเริ่มหมดลงและปัญหานี้ก็เกิดขึ้น นักดนตรีบางคนเริ่มไม่อยากมา เพลงที่กำหนดไว้นั้นเพียงน้อยนิดแต่ก็ยังไม่สามารถเล่นร้องได้แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด
"แม้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ที่ให้มาเพื่อดนตรี แต่ดนตรีก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องฝึกฝนอยู่เสมอ" นั่นคือความจริง พรสวรรค์คือสิ่งวิเศษที่เราควรนำมันมาขัดเกลาให้ดีเยี่ยม "บ้านหนึ่งหลัง แม้แบบที่ร่างไว้จะสวยงามเพียงใด แต่ก็คงไม่สามารถสร้างให้เสร็จได้ด้วยคนเพียงดนเดียว และแม้จะมีคนเยอะซักเพียงใด แต่หากไร้ซึ่งฝีมือแล้วบ้านหลังนั้นจะสวยงามดั่งที่ร่างไว้ได้หรือ"
เวลาผ่านไปกระทั่งถึงเดือนสุดท้าย... บ้านได้สร้างเสร็จแล้ว สนามหญ้าสีเขียว มีสวนหย่อมและโต๊ะนั่งเล่นอยู่ริมน้ำ หน้าบ้านที่หันไปทางทิศเหนือมองออกไปทุ่งหญ้ากว้างๆ เป็นบ้านที่วิเศษทีเดียว บ้านสามชั้นตัวบ้านสีเหลืองซึ่งเลือกสีสำหรับถวายพระพรในหลวงในปีอันมงคลยิ่ง บ้านตั้งสูงตระหง่านมองจากหน้าต่างชั้นสามซึ่งเป็นห้องใต้หลังคาได้เห็นวิวทิวทัศน์กว้างไกล ความสวยงามของย่านฝั่งธนในบริเวณที่ยังไม่มีตึกสูงทำลายบรรยากาศชานเมืองยังคงเป็นที่ๆน่าอยู่จริงๆ ...แต่ช่วงเวลานี้กลับเป็นช่วงเวลาหนักสำหรับพวกเราปัญหาซึ่งยังแก้ไขไม่เสร็จและยังๆคงมีปัญหาใหม่กระหน่ำซ้ำมาเรื่อยๆ ถึงเวลาที่เราต้องนั่งแก้ปัญหาและวางแผนกันใหม่ทั้งหมด ในคืนหนึ่งหลังเลิกซ้อมทำให้เราต้องนั่งวางสคริปต์กันใหม่ทั้งหมดถึงตีสี่ พร้อมทั้งบทพูดที่เตรียมไว้สำหรับนักร้องของเรา เป็นคืนที่หนักที่สุดของคน 4 คนที่พร้อมสละเวลาให้กัน
เมื่อถึงสองสัปดาห์สุดท้ายข่าวร้ายก็ได้เข้ามาอีกครั้งคือเราต้องขาดนักร้องหญิงไป ด้วยเหตุผลที่ไม่สมควรเลย ซึ่งหากเป็นธุรกิจใหญ่คงต้องฟ้องร้องกันถึงขั้นล้มละลายเลยทีเดียว นักร้องหญิงคนนี้มีฝือมาก ถือได้ว่าดีที่สุดที่จะเล่นให้กับเรา แต่แม้มีฝีมือมากซักเพียงใดแต่การไม่รู้จักรับผิดชอบจะทำให้เค้าไม่มีวันประสบความเร็จในอาชีพนี้ได้เลย แต่ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามกว่าเสมอพวกเราหานักร้องหญิงได้ใหม่ และดำเนินการซ้อมต่อไปแม้กระท่อนกระแท่นบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นปัญหา
แล้ววันชี้ชะตาก็มาถึง....
ณ บ้านของผมที่ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย นักดนตรีที่ทยอยมาทีละคนกว่าจะครบก็ต้องคอยกันร่วมสองชั่วโมงเศษเพราะอุปสรรคจากฟากฟ้า ฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสายทำให้การเดินทางจากแต่ละที่ของทุกคนเป็นไปอย่างยากลำบาก ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าจนกระทั่งเก้าโมงที่รอคอย ฝนเริ่มซาและหยุดลงแต่เรายังขาดมือกีต้าร์ของวง ไม่สามารถรออีกต่อไปได้เพราะจะไม่ทันเวลา ใกล้เวลางานเริ่มมากแล้ว สมาชิกในวงเริ่มทยอยขนเครื่องดนตรีเดินทางไปยังเวที่ที่เตรียมเครื่องเสียงไว้พร้อมแล้ว ครึ่งชั่งโมงผ่านไปมือกีต้าร์ของเราก็มาถึง ไม่มีเวลาให้ซาวด์เช็คเมื่อเสียงพระสวดดังขึ้นพีธีเริ่มขึ้นแล้ว เวลาของพวกเราใกล้มาถึง วันชี้ชะตานี้ ช่วงเวลาที่รอคอยกับการเตรียมตัวมานับปีใกล้เริ่มขึ้น เมื่อพระคุณเจ้าฉันภัตราหาเพลเรียบร้อย ถึงเวลาของพวกเราแล้ว มือของสมาชิกแต่ละคนวางประสานกันหน้าเวทีพร้อมรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว "ไม่ว่าทุกคนจะเป็นใครเมื่อขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้ว เราคือ Desire" แล้ว 4 ชั่วโมงต่อจากนี้คืองานแสดงที่ดีที่สุดของพวกเรา มันคือความประทับใจที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดไว้ ณ ที่แห่งนี้ได้ ความทรงจำ..มันคงตราตรึงอยู่ตรงนั้น สำหรับพวกเราทุกคนและผู้ที่เฝ้าชมพวกเราอยู่ ณ ที่แห่งนั้น...
ยนตระการ...